วันจันทร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2562

ธรรมชาติของภาษา


                                ภาษา คือ ถ้อยคำ + เสียงที่เป็นคำพูด + สำนวน ที่พูดหรือเขียนเพื่อสื่อความหมายให้เข้าใจตรงกัน
                แยกเป็น  ๑. วัจนภาษา  ภาษาจากเสียงพูด หรือ เขียนเป็นตัวอักษรในการสื่อความหมาย
                                ๒. อวัจนภาษา  ภาษาจากกิริยาทางร่างกาย หรือเชิงสัญลักษณ์ โดยไม่ต้องพูดหรือเขียนเพื่อสื่อ
ความหมายธรรมชาติของภาษา

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ๑.ภาษาต้องประกอบด้วยเสียง + ความหมาย เพื่อสื่อความ สื่อสารกัน โดยมีจำนวนเสียงจำกัด และภาษาพูดจะทำให้ทราบลักษณะที่แท้จริงของภาษามากที่สุดเพราะบางกลุ่มคน ยังไม่มีภาษาเขียน ส่วนใหญ่จะสื่อสารกันด้วยภาษาพูด
๒.หน่วยย่อยในภาษาประกอบกันเป็นหน่วยใหญ่ ๆ ได้  คือ
 เสียง   >   พยางค์   >   คำ   >   วลี   >    ประโยค
๓.ภาษามีการเปลี่ยนแปลง เช่น มีคำเกิดใหม่ คงอยู่ และตายไป
ภาษาตาย เช่น ภาษาสันสกฤต หรือภาษาละติน
๔.ภาษาต่าง ๆ มีลักษณะที่คล้ายคลึงกัน เช่น ชนิดของคำคล้ายกัน การใช้ประโยคในสถานการณ์ต่าง ๆ คล้ายคลึงกัน แต่ก็มีสิ่งที่ต่างกันเช่น บางภาษาไม่มีเสียงวรรณยุกต์ เป็นต้น
๕.ภาษามีระบบ เพราะภาษามีโครงสร้าง จึงมีความเป็นแบบแผนอยู่

ความสำคัญของภาษา
๑. ภาษาช่วยธำรงสังคม
                การอยู่ร่วมกันของมนุษย์ในสังคมหนึ่ง ๆ นั้นจะมีความสุขได้ต้องรู้จักใช้ภาษาแสดงไมตรีจิตความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกัน แสดงกฎเกณฑ์ทางสังคมที่จะปฏิบัติร่วมกัน การประพฤติตนให้เหมาะสมแก่ฐานะของตนในสังคมนั้น ๆ ทำให้สามารถธำรงสังคมนั้นอยู่ได้ ไม่ปั่นป่วนและวุ่นวายถึงกับสลายตัวไปในที่สุด
๒. ภาษาแสดงความเป็นปัจเจกบุคคล
                คือ แสดงให้เห็นถึงลักษณะเฉพาะตัวของบุคคลให้เห็นว่าบุคคลมีอุปนิสัย รสนิยมสติปัญญาความคิดและความอ่านแตกต่างกันไป
๓. ภาษาช่วยพัฒนามนุษย์
                มนุษย์ใช้ภาษาในการถ่ายทอดความรู้ ความคิด และประสบการณ์ให้แก่กันและกัน ทำให้มนุษย์มีความรู้กว้างขวางมากขึ้นและเป็นรากฐานในการคิดใหม่ ๆ เพื่อทำให้ชีวิตความเป็นอยู่และสังคมมนุษย์พัฒนาเจริญขึ้นตามลำดับ
๔. ภาษาช่วยกำหนดอนาคต
                การใช้ภาษาในการกำหนดอนาคต เช่น การวางแผน การทำสัญญา  การพิพากษา การพยากรณ์ การกำหนดการต่าง ๆ
๕. ภาษาช่วยจรรโลงใจ
                ทำให้เกิดความชื่นบาน มนุษย์พอใจที่อยากจะได้ยินเสียงไพเราะ จึงได้มีการนำภาษาไปเรียบเรียงเป็นคำประพันธ์ที่มีสัมผัสอันไพเราะก่อให้เกิดความชื่นบานในจิตใจ และสามารถเล่นความหมายของคำในภาษาควบคู่ไปกับการเล่นเสียงสัมผัสได้ จึงทำให้เกิดคำคม คำผวน สำนวน ภาษิตและการแปลงคำขวัญ เพื่อให้เกิดสำนวนที่น่าฟัง ไพเราะและสนุกสนานไปกับภาษาด้วย
ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
ลองทำแบบฝึกหัดกันนะคะ  https://forms.gle/Vs4pm5nKngwUudYx7

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ธรรมชาติของภาษา                                  ภาษา คือ ถ้อยคำ + เสียงที่เป็นคำพูด + สำนวน ที่พูดหรือเขียนเพื่อสื่อความหมายให้เข...